แรงเสียดทาน

แรงเสียดทาน(frictional force)
แรงเสียดทาน (frictional force) เป็นแรงที่ต้านการเคลื่อนที่ของวัตถุที่มีพื้นที่ผิวสัมผัสกันและกัน ขนาดของแรงเสียดทานขึ้นอยู่กับชนิดของพื้นผิว และน้ำหนักกดบนพื้นผิวของวัตถุนั้น มีทิศทางตรงข้ามกับทิศการเคลื่อนที่ของวัตถุ ใช้สัญลักษณ์ มีหน่วยเป็น นิวตัน (N) แรงเสียดทานมี 2 ชนิดคือ
1. แรงเสียดทานสถิต (static friction: fs) เป็นแรงเสียดทานที่เกิดขึ้นในขณะที่วัตถุยังไม่
เคลื่อนที่ มีทิศทางตรงข้ามกับทิศทางที่วัตถุพยายามจะเคลื่อนที่ และมีค่ามากที่สุดเมื่อวัตถุเริ่มเคลื่อนที่ เรียก
แรงเสียดทานสถิตขณะนี้ว่าแรงเสียดทานที่ขีดจำกัด(Limiting Friction Force)และมีค่ามากกว่าแรงเสียดทานจลน์
2. แรงเสียดทานจลน์ (kinetic friction : fk) เป็นแรงเสียดทานที่เกิดขึ้นในขณะที่วัตถุกำลัง
เคลื่อนที่ มีทิศทางตรงข้ามกับทิศทางการเคลื่อนที่ของวัตถุ และมีค่าน้อยกว่าแรงเสียดทานสถิต

_________________________________________________
ที่มา ส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, สถาบัน.
หนังสือเรียนรายวิชาเพิ่มเติม ฟิสิกส์ เล่ม 1.
กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ สกสค. ลาดพร้าว, 2553.


Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

แรงพยุง (Buoyant Force)

แรงพยุง หรือแรงลอยตัว (Buoyant Force) คือแรงที่ของเหลวพยุงวัตถุไว้ เมื่่อวัตถุนั้นอยุ่ในของเหลว

หลักของอาร์คิมีดิส (Archimedes principle) กล่าวไว้ว่า เมื่อหย่อนวัตถุลงในน้ำ ปริมาตรของน้ำส่วนที่ล้นออกมา จะเท่ากับปริมาตรของก้อนวัตถุนั้นที่เข้าไปแทนที่น้ำ
สรุปหลักอาร์คิมีดิส ดังนี้
1. ปริมาตรของเหลวที่ถูกแทนที่ จะเท่ากับปริมาตรของวัตถุส่วนที่จมลงในของเหลว
2. น้ำหนักของวัตถุที่่ชั่งในของเหลว จะมีค่าน้อยกว่าน้ำหนักของวัตถุที่ชั่งในอากาศ เนื่องจากแรงพยุงของของเหลวมีมากกว่าแรงพยุงของอากาศ
3. น้ำหนักของวัตถุที่หายไปในของเหลว จะเท่ากับน้ำหนักของของเหลวที่ถูกวัตถุแทนที่ ซึ่งคำนวณได้จากผลต่างของน้ำหนักของวัตถุที่ชั่งในอากาศกับน้ำหนักของวัตถุที่ชั่งในของเหลว
4. น้ำหนักของของเหลวที่ถูกแทนที่ จะเท่ากับน้ำหนักของของเหลวที่มีปริมาตรเท่ากับวัตถุส่วนที่จม

ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับแรงพยุง
1. ชนิดของวัตถุ วัตถุแต่ละชนิดจะมีความหนาแน่นแตกต่างกัน เช่น เหล็ก ไม้ พลาสติก ที่มีมวลเท่ากัน เหล็กจะมีความหนาแน่นมากกว่าไม้และไม้มีความหนาแน่นมากกว่าพลาสติก ซึ่งวัตถุที่มีความหนาแน่นมากจะจมลงไปในของเหลวมาก
2. ชนิดของเหลว ของเหลวแต่ละชนิดมีความหนาแน่นแตกต่างกัน เช่น น้ำบริสุทธิ์มีความหนาแน่นมากกว่าเอทิลแอลกอฮอล์และน้ำมันเบนซิน เป็นต้น ซึ่งของเหลวที่มีความหนาแน่นมาก จะมีแรงพยุงมาก
3. ขนาดของวัตถุ จะส่งผลต่อปริมาตรที่จมลงไปในของเหลวซึ่งถ้าวัตถุมีขนาดใหญ่ จะมีปริมาตรที่จมลงไปในของเหลวมาก ทำให้แรงพยุงมีค่ามาก

ลักษณะของวัตถุเมื่อลอยอยู่ในของเหลว เมื่อวัตถุุอยู่ในของเหลวจะมีความสัมพันธ์กับความหนาแน่นของวัตถุ ซึ่งสามารถพิจารณาลักษณะของวัตุได้ 3ลักษณะ ดังนี้

1.  วัตถุที่ลอยอยู่ในของเหลว แสดงว่าวัตถุมีความหนาแน่นน้อยกว่าของเหลว แสดงว่า
– ปริมาตรของของเหลวที่ถูกแทนที่เท่ากับปริมาตรชองวัตถุส่วนที่จมในของเหลว
– แรงพยุงเท่ากับน้ำหนักของวัตถุที่ชั่งในอากาศและเท่ากับน้ำหนักของของเหลวที่ถูกแทนที่
2. วัตถุลอยปริ่มผิวของของเหลว แสดงว่าวัตถุมีความหนาแน่นเท่ากับของเหลว แสดงว่า
– ปริมาตรของของเหลวที่ถูกแทนที่เท่ากับปริมาตรของวัตถุทั้งก้อนในของเหลว
– แรงพยุงเท่ากับน้ำหนักของวัตถุที่ชั่งในอากาศและเท่ากับน้ำหนักของเหลวที่ถูกแทนที่
3. วัตถุที่จมอยู่ในของเหลว แสดงว่าวัตถุมีความหนาแน่นมากกว่าของเหลว แสดงว่า
– ปริมาตรของของเหลวที่ถูกแทนที่เท่ากับปริมาตรของวัตถุทั้งก้อนที่จมในของเหลว
– แรงพยุงเท่ากับน้ำหนักของวัตถุที่จมไปในของเหลวและเท่ากับน้ำหนักของของเหลวที่ถูกแทนที่

ข้อมูลจาก หนังสือเรียนรายวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ม. 3 เล่ม 2 สำนักพิมพ์ อจท.

สูตรการคำนวณหาแรงพยุง

ข้อมูลจาก หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ 5 สสวท.

โปรแกรมทดลองเสมือน PhET

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

ทำไมลูกห่านเพรียง ถึงต้องกระโดดหน้าผา

ทำไมลูกห่านเพรียงที่มีอายุเพียงแค่ 24 ชั่วโมงถึงต้องกระโดดหน้าผา

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

Seasons Simulator (NAAP)

Seasons Simulator (NAAP)

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

อันตรายจาก ฝุ่นพิษ PM2.5


ภาพจาก http://www.greenpeace.org/seasia/th/ReSizes/Large/PageFiles/737197/All-Character.jpg

อันตรายจาก ฝุ่นพิษ PM2.5 

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

การโคลนนิ่ง (Cloning)

การโคลนนิ่ง (Cloning) คือ การคัดลอก หรือการทำซ้ำ ให้มีลักษณะเหมือนเดิมทุกประการ
การโคลนนิ่ง (Cloning) เป็นกระบวนการสืบพันธุ์โดยไม่อาศัยเพศชนิดหนึ่ง โดยสิ่งมีชีวิตที่ถูกโคลนออกมาจะมีลักษณะทางพันธุกรรม โดยรวมถึงมีลักษณะทางกายภาพ เหมือนกับสิ่งมีชีวิตต้นแบบ หรือ สิ่งมีชีวิตที่มีอยู่ก่อนแล้วทุกประการ
โดยคำว่าโคลน (Clone) นั้นมาจากภาษากรีกจากคำว่า “Klone” ซึ่งแปลว่า แขนง กิ่ง ก้าน โดยใช้อธิบายการแบ่งตัวแบบไม่
ตัวอย่างของลักษณะสิ่งมีชีวิตที่ได้จากการโคลนนิ่ง (Cloning)

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

จีเอ็มโอ (GMOs)

จีเอ็มโอ ย่อมาจากคำภาษาอังกฤษว่า Genetically Modified Organisms (GMOs) คือ สิ่งมีชีวิตซึ่งไม่ว่าจะเป็นพืช หรือสัตว์ หรือแบคทีเรีย หรือ จุลินทรีย์ ที่ถูกดัดแปลง พันธุกรรมจากกระบวนการทาง พันธุวิศวกรรม (Genetic Engineering)

โดยจากการตัดเอายีน(gene)ของสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่ง มาใส่เข้าไปในยีน(gene)ของสิ่งมีชีวิตอีกชนิดหนึ่ง โดยตามปกติไม่เคยผสมพันธุ์กันได้ในธรรรมชาติ เพื่อให้สิ่งมีชีวิตชนิดนั้น ที่มีคุณลักษณะหรือคุณสมบัติตามที่ต้องการ ซึ่งสิ่งมีชีวิตที่ถูกนำยีน(gene)มาใส่เข้าไปแล้วก็คือ จีเอ็มโอ(GMOs)
ตัวอย่างเช่น
ฝ้าย BT คือ ต้นฝ้ายที่ใส่ยีนของแบคทีเรีย BT เข้าไปในโครโมโซมของต้นฝ้าย ทำให้ต้นฝ้านสามารถผลิตโปรตีน BT ซึ่งเป็นสารฆ่าหนอนที่เป็นศัตรูฝ้า
ปลาเรื่องแสง
มะละกอ จีเอ็มโอ GMO

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

พันธุวิศวกรรม คือ อะไร

พันธุวิศวกรรม (genetic engineering) คือกระบวนการที่ได้นำความรู้ต่างๆที่ได้จากการศึกษาชีววิทยาระดับโมเลกุล หรือ อณูชีววิทยา (molecular biology) นำมาประยุกต์ใช้ใน การปรับเปลี่ยน, ดัดแปลง, เคลื่อนย้าย, ตรวจสอบ สารพันธุกรรม[ดีเอ็นเอ (DNA)], ยีน(gene) และผลิตภัณฑ์ของสารพันธุกรรมอย่างพวกอาร์เอ็นเอ(RNA)และโปรตีนของสิ่งมีชีวิต เพื่อนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์

โดยปกติแล้ว พันธุวิศวกรรม (genetic engineering) จะเป็นการตัดต่อยีน(gene)หรือเป็นการเคลื่อนย้ายยีน (transgenesis)จากสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งใส่เข้าไปกับยีน(gene)ของสิ่งมีชีวิตอีกชนิดหนึ่ง นั่นคือทำให้เกิดการถ่ายทอดของยีน(gene)และลักษณะที่ยีน(gene)นั้นได้ทำการควบคุมอยู่ เพื่อให้สิ่งมีชีวิตที่ถูกนำยีน(gene)ใส่เข้าไป มียีน(gene)ที่มีคุณสมบัติตามที่ต้องการ โดยอาจทำการเพิ่มปริมาณยีน(gene)ขึ้นอีกเพื่อให้มีปริมาณที่มากเพียงพอที่จะนำไปทำให้ได้ผลผลิตมีคุณภาพที่ดีขึ้น และทำให้ได้ปริมาณของผลผลิตที่สูงขึ้นอีกด้วย โดยที่พันธุวิศวกรรม (genetic engineering)อาจจะทำให้เกิดสิ่งมีชีวิตรูปแบบใหม่(novel)ที่อาจไม่เคยปรากฏในธรรมชาติมาก่อน
ข้อมูลเพิ่มเติม จากhttps://www.thaibiotech.info/what-is-genetics-engineering.php

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

เทคโนโลยีชีวภาพ

เทคโนโลยีชีวภาพ หมายถึง การนำเอาความรู้ทางด้านต่างๆของวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้กับสิ่งมีชีวิต หรือชิ้นส่วนของสิ่งมีชีวิต หรือผลผลิตของสิ่งมีชีวิต เพื่อเป็นประโยชน์ต่อมนุษย์ไม่ว่าจะเป็นทางการผลิตหรือทางกระบวนการ ของสินค้าหรือบริการ เพื่อใช้ประโยชน์เฉพาะอย่างตามที่เราต้องการ โดยสามารถใช้ประโยชน์ทางด้านต่างๆ เช่น ด้านการเกษตร ด้านอาหาร ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านทางการแพทย์
ตัวอย่างของผลิตภัณฑ์ทางเทคโนโลยีชีวภาพในชีวิตประจำวัน (ข้อมูลจาก https://www.thaibiotech.info/example-product-biotechnology.php
การทำกิ๊ฟท์ (GIFT)
เด็กหลอดแก้ว

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

ยานวอยเอเจอร์ 2 พ้นระบบสุริยะแล้ว

ภาพจาก http://knowledge-108.blogspot.com/2014/04/blog-post_2079.html

ยานวอยเอเจอร์ 2 พ้นระบบสุริยะแล้ว

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment